1. บันทึกอาการและเงื่อนไขการใช้งาน
บันทึกอาการตามข้อเท็จจริง โดยระบุว่า เสียงดัง ร้อน สั่น มีกลิ่นไหม้ รอบตก กระแสสูง เบรกเกอร์ตัด หรือสตาร์ตไม่ขึ้น อาการเริ่มเมื่อใด เกิดตลอดเวลาหรือเฉพาะตอนสตาร์ต ตอนเดินเบา หรือขณะรับโหลด และมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเพิ่มหรือลดโหลดหรือไม่ ควรจดวันเวลา เครื่องจักรที่มอเตอร์ขับ และผลกระทบต่อกระบวนการ เช่น หยุดการผลิต ความเร็วไม่คงที่ หรืออุปกรณ์ป้องกันทำงาน รวมถึงบันทึกว่าได้หยุดใช้งานหรือเปลี่ยนไปใช้มอเตอร์สำรองแล้วหรือไม่
2. รวบรวมข้อมูลมอเตอร์และระบบ
ถ่ายภาพป้ายประจำมอเตอร์ให้เห็นข้อมูลครบถ้วน และบันทึกข้อมูลที่อ่านได้ เช่น ผู้ผลิต รุ่นหรือรหัสเครื่อง กำลัง แรงดัน กระแส ความถี่ รอบ ชนิดการต่อขดลวด ระดับการป้องกัน และชั้นฉนวน หากมีข้อมูลจากตู้ควบคุม อินเวอร์เตอร์ ซอฟต์สตาร์ต หรือรีเลย์ป้องกัน ให้แนบรุ่น การตั้งค่า และรหัสแจ้งเตือนด้วย ควรระบุลักษณะโหลดที่มอเตอร์ขับ เช่น ปั๊ม พัดลม สายพาน หรือเกียร์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของโหลด การตั้งค่าความเร็ว การเดินสาย หรืออุปกรณ์ส่งกำลัง
3. บันทึกค่าที่วัดหน้างานอย่างปลอดภัย
ให้ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมและได้รับอนุญาตเป็นผู้วัดค่า โดยปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยของโรงงาน ห้ามเปิดฝาครอบหรือเข้าใกล้ชิ้นส่วนหมุนหากยังไม่สามารถควบคุมอันตรายได้ ค่าที่ควรเก็บตามความพร้อมของเครื่องมือ ได้แก่ แรงดันระหว่างเฟส กระแสแต่ละเฟส ความถี่ ความเร็ว อุณหภูมิบริเวณตัวเรือนหรือตลับลูกปืน และค่าการสั่นจากตำแหน่งที่กำหนด ควรบันทึกสภาพขณะวัด เช่น มอเตอร์เดินเบาหรือรับโหลดเท่าใด พร้อมเปรียบเทียบกับค่าปกติเดิม ป้ายประจำเครื่อง หรือเกณฑ์ภายในที่ใช้อยู่ แทนการสรุปว่า “ปกติ” จากค่าใดค่าหนึ่งโดยไม่มีบริบท
4. ตรวจสภาพแวดล้อมและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
ตรวจด้วยสายตาโดยไม่ถอดชิ้นส่วนว่า ช่องระบายอากาศมีฝุ่นหรือสิ่งอุดตันหรือไม่ มีคราบน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมีเข้าถึงมอเตอร์หรือไม่ ฐานยึด น็อต และโครงสร้างมีการคลายตัวหรือแตกร้าวหรือไม่ รวมถึงสภาพคัปปลิง สายพาน พูลเลย์ ฝาครอบ และแนวศูนย์ของชุดขับ หากพบเสียง ให้บรรยายลักษณะเสียง เช่น หอน ครูด กระแทก หรือดังเป็นจังหวะ และระบุตำแหน่งโดยประมาณ หลีกเลี่ยงการหมุนเพลา การถอดตลับลูกปืน หรือการเติมจาระบีเพิ่มเติมก่อนปรึกษาผู้รับผิดชอบ หากยังไม่ทราบชนิดและปริมาณสารหล่อลื่นที่เหมาะสม
5. เตรียมข้อมูลสำหรับส่งซ่อม
แนบรูปถ่ายหรือวิดีโอที่แสดงอาการโดยไม่เข้าใกล้จุดอันตราย พร้อมเอกสารประวัติซ่อม เปลี่ยนตลับลูกปืน ตั้งศูนย์ พันขดลวด หรือทำความสะอาดครั้งล่าสุด และระบุว่าอาการเกิดหลังงานใดหรือไม่ ใช้รายการตรวจสอบต่อไปนี้ก่อนส่งข้อมูล:
- วันเวลา สถานที่ และรหัสอุปกรณ์
- อาการที่พบ ความถี่ และเงื่อนไขที่ทำให้อาการเปลี่ยน
- รูปป้ายประจำมอเตอร์ ตู้ควบคุม และชุดส่งกำลัง
- ค่าที่วัดได้ พร้อมหน่วย จุดวัด เวลา และสภาวะโหลด
- รหัสแจ้งเตือนหรือประวัติการตัดของอุปกรณ์ป้องกัน
- สภาพแวดล้อม ฝุ่น ความชื้น ความร้อน การรั่วซึม และสิ่งกีดขวางการระบายอากาศ
- ประวัติการซ่อมและการเปลี่ยนแปลงล่าสุด
- สถานะปัจจุบันของเครื่องจักร และข้อจำกัดด้านความปลอดภัยหรือการผลิต
ข้อมูลที่เป็นระบบจะช่วยให้ผู้ให้บริการคัดกรองประเด็นด้านไฟฟ้า เครื่องกล โหลด และสภาพแวดล้อมได้ตั้งแต่เริ่มต้น แต่ไม่ควรใช้ข้อมูลเบื้องต้นแทนการตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดเมื่อมีความเสี่ยงต่อคน เครื่องจักร หรือกระบวนการผลิต

